Start main contents

  • Register
  • Login

Print Page

Font Size:

7 ฟีเจอร์ MELFA Smart Plus เทคโนโลยีอัจฉริยะที่อยู่ใน MELFA FR Series

วันที่ : 01 June 2021 | หมวดหมู่ : Industrial Robot

เทคโนโลยีความก้าวหน้าที่รวดเร็วในปัจจุบัน ผลักดันให้หลายๆ อุตสาหกรรมเกิดความตื่นตัวในการนำนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะในยุคที่เกิดวิกฤตโรคระบาดที่ทำให้การบริโภคของคนเปลี่ยนแปลงไป

อุตสาหกรรมการผลิตมีความตื่นตัวต่อการพัฒนาสู่ยุคอุคสาหกรรม 4.0 ซึ่งเป็นการผลิตโดยนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้งาน เพื่อให้สามารถควบคุมข้อมูลและระบบการผลิตได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงกำหนดผลผลิตได้อย่างแม่นยำ ซึ่งอุปกรณ์ที่เป็นส่วนสำคัญให้ผลผลิตมีความประณีต พิถีพิถัน และผลิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ คือ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม

Mitsubishi Electric ได้พัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรม MELFA FR series ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการผลิต โดยมีฟังก์ชัน MELFA Smart Plus การควบคุมระดับอัจฉริยะ ช่วยให้การทำงานของหุ่นยนต์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้นได้

ภายใน MELSEC iQ-R Series ประกอบด้วยโมดูลที่ผู้ใช้งานต่างคุ้นเคยกันดี ตั้งแต่โมดูล CPU, Base unit, Power supply, I/O module หรือ Analog I/O module แต่ยังมีอีกหลายๆ โมดูลที่น่าใจ ซึ่งในวันนี้ขอนำเสนอ โมดูล Motion, Simple motion, Positioning, High-speed counter และโมดูลแยกช่องสัญญาณอินพุตพัลส์ (Multiple pulse input functions embedded) ของ MELSEC iQ-R Series เป็นชุดโมดูลอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อการควบคุมที่รวดเร็วและแม่นยำสูงภายในการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรมอัตโนมัติ



เพิ่มเทคโนโลยีอัจฉริยะลงในหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

MELFA Smart Plus คือ ฟังก์ชันการทำงานที่อยู่ในหุ่นยนต์อุตสาหกรรม MELFA FR series โดยฟังก์ชันนี้มีความสามารถช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบระบบ การทำงาน และการบำรุงรักษาหุ่นยนต์ ซึ่งสามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ด้วย Card Option สำหรับติดตั้งกับ MELFA FR Series

การทำงานระดับอัจฉริยะของ MELFA Smart Plus ประกอบไปด้วยฟังก์ชันถึง 2 ประเภท คือ Intelligent Function และ AI Function (Maisart)



ฟีเจอร์ 1 : การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive maintenance)

สำหรับการตรวจจับข้อผิดพลาด และการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนในตัวหุ่นยนต์ที่ใกล้เคียงจะมีการเสื่อมสภาพ โดยจะมีการส่งแจ้งเตือนมายังโปรแกรมควบคุม จะช่วยลดเวลาการหยุดทำงานของหุ่นยนต์อันเนื่องมาจากการเสียหายของชิ้นส่วนได้



ฟีเจอร์ 2 : การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive maintenance)

สำหรับการติดตามสถานะของหุ่นยนต์ ช่วยในการวางแผนการการบำรุงรักษาโรบอทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

■ Maintenance function:
ฟังก์ชันประเมินระยะเวลาการบำรุงรักษาและแนะนำระยะเวลาการเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือซ่อมบำรุง โดยจะมีการจำลองรูปแบบผ่านโปรแกรม RT ToolBox3
■ Wear calculation function:
ฟังก์ชันคำนวณการสึกหรอของชิ้นส่วนจากสถานะการทำงาน (กระแส,โหลด, ฯลฯ ) ตามการเคลื่อนไหวและท่าทางของโรบอทในแต่ละแกน นอกจากนี้ยังสามารถคำนวณเวลาที่ใช้ได้จนกระทั่งถึงเวลาในการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และระยะเวลาในการปรับปรุงเครื่องจักรใหม่



ฟีเจอร์ 3 : เพิ่มประสิทธิภาพของ Force Sensor* ในการควบคุมแรงของโรบอทด้วย AI

สำหรับช่วยเรียนรู้รูปแบบการทำงานที่เหมาะสม โดยการปรับพารามิเตอร์และรูปแบบแบบอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาตั้งค่าและควบคุมแรงกดได้มากถึง 60%
*Force sensor คือ เซนเซอร์ตรวจจับแรง ทำให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้ถึงแรงที่เกิดที่ปลายมือ (Gripper) ในระหว่างการประกอบหรือการขึ้นรูปชิ้นงาน



ฟีเจอร์ 4 : เพิ่มประสิทธิภาพของ MELFA-3D Vision* ด้วย AI “Maisart”

เทคโนโลยี AI “Maisart” ช่วยลดเวลาเริ่มต้นด้วยการปรับพารามิเตอร์อัตโนมัติ โดยการปรับตั้งค่ากล้อง 3D Vision ที่ต้องอาศัยความชำนาญสูง แต่สามารถทำได้ง่ายดายขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับพารามิเตอร์ได้รวดเร็วและง่ายดาย ซึ่งสามารถลดเวลาในการตั้งค่าจาก 8 ชั่วโมง เหลือเพียงแค่ 1 ชั่วโมง


*MELFA-3D Vision คือ วิชันเซ็นเซอร์แบบ 3 มิติ ขนาดกะทัดรัดสำหรับหุ่นยนต์ โดยสามารถวัดขนาดและตำแหน่งของวัตถุที่มีขนาดของชิ้นส่วนที่ซ้อนกันแบบสุ่มและระบุตำแหน่งได้


ฟีเจอร์ 5 : ฟังก์ชันช่วยในการปรับตั้งค่าการทำงานของโรบอท

■ Automatic calibration:
ฟังก์ชันช่วยเหลือการปรับเทียบค่าการใช้งานระหว่างหุ่นยนต์และวิชันเซ็นเซอร์
■ Work coordinate calibration:
ฟังก์ชันช่วยเหลือการการปรับเทียบค่าพิกัดตำแหน่งระหว่างหุ่นยนต์และอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์ต่อพ่วง หรือชิ้นงาน
■ Relative position calibration:
ฟังก์ชันช่วยเหลือการปรับเทียบหุ่นยนต์หลายตัวเข้าด้วยกัน



ฟีเจอร์ 6 : ขยายขีดจำกัดระยะทำงานของหุ่นยนต์ด้วยการติดตั้งเซอร์โวเสริมแกน

โดยสามารถเสริมแกนเซอร์โวได้ถึง 2 แกน ทำให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ในแนวระนาบได้ เพิ่มพื้นที่และระยะการทำงานของโรบอท ทำให้โรบอทสามารถทำงานร่วมกับชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่หรือทำงานใน Station การทำงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างราบรื่น



ฟีเจอร์ 7 : Thermal compensation function ตรวจจับความร้อนและปรับตำแหน่งชดเชยในกลไกของหุ่นยนต์

เมื่อเกิดความร้อนที่มีสาเหตุจากการทำงาน ส่งผลให้ตำแหน่งการเคลื่อนที่มีการเปลี่ยนแปลง ฟังก์ชัน Thermal compensation จะช่วยปรับตำแหน่งการเคลื่อนที่ชดเชยการขยายตัวนี้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการหยิบจับชิ้นงาน และเพิ่มเสถียรภาพของระบบโดยไม่จำเป็นต้องใช้เซ็นเซอร์ภายนอกในการชดเชยอุณหภูมิ

แบ่งปันเพจนี้
ติดตาม
ติดตามเพื่อรับข่าวสารและสาระดีๆจากเรา
Page Top