Factory Automation

MELSERVO-J4 Series Servo Amplifier คุณสมบัติ - ความกลมกลืนกับเครื่องจักร

MELSERVO-J4 Series Servo Amplifier
  • ฟังก์ชันกำหนดตำแหน่งในตัวเพื่อระบบที่เรียบง่าย

สมรรถนะพื้นฐานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

สมรรถนะพื้นฐานของชุดขยายสัญญาณเซอร์โวระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ได้การตอบสนองความถี่ความเร็วถึง 2.5 kHz ด้วยสถาปัตยกรรมการควบคุมเซอร์โวความเร็วสูงเฉพาะของเรา ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากการควบคุมแบบปรับตัวตามแบบจำลองสองระดับอิสระเดิม มาสู่เอนจินประมวลผลเฉพาะทาง เมื่อทำงานร่วมกับเอ็นโคเดอร์ตำแหน่งสัมบูรณ์ความละเอียดสูง 4,194,304 พัลส์/รอบ จึงทำงานได้ทั้งเร็วและแม่นยำ ดึงสมรรถนะของเครื่องจักรระดับสูงออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

สมรรถนะพื้นฐานของชุดขยายสัญญาณเซอร์โวระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ยกระดับสมรรถนะเครื่องจักรด้วยมอเตอร์เซอร์โวสมรรถนะสูง

ด้วยความเร็วในการประมวลผลที่สูงขึ้น มอเตอร์เซอร์โวแบบหมุนที่ติดตั้งเอ็นโคเดอร์ความละเอียดสูงจึงกำหนดตำแหน่งได้แม่นยำและหมุนได้ราบเรียบ

ยกระดับสมรรถนะเครื่องจักรด้วยมอเตอร์เซอร์โวสมรรถนะสูง

ฟังก์ชันปรับค่าเกนเซอร์โวขั้นสูง

การปรับจูนแบบวันทัช

เพียงเปิดใช้ฟังก์ชันปรับจูนแบบวันทัช ระบบก็จะปรับค่าเกนเซอร์โวให้โดยอัตโนมัติ ครอบคลุมทั้งฟิลเตอร์ระงับการสั่นพ้องของเครื่องจักร advanced vibration suppression control II *1 และ robust filter เพื่อดึงสมรรถนะเครื่องจักรออกมาให้มากที่สุด ฟังก์ชันนี้ยังตั้งค่าการตอบสนองให้อัตโนมัติ ขณะที่การปรับจูนอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ต้องตั้งค่าเอง นอกจากนี้ วิธีการใหม่ *2 ยังสร้างคำสั่งปรับจูนที่เหมาะที่สุดขึ้นภายในชุดขยายสัญญาณเซอร์โวได้ด้วย

  • *1. Advanced vibration suppression control II ปรับค่าอัตโนมัติได้หนึ่งความถี่
  • *2. วิธีการใหม่นี้รองรับใน MR-J4-B/MR-J4W_-B/MR-J4-A
การปรับจูนแบบวันทัช

Advanced Vibration Suppression Control II

Advanced vibration suppression control II ระงับการสั่นสะเทือนความถี่ต่ำได้ 2 รูปแบบ ด้วยอัลกอริทึมระงับการสั่นสะเทือนที่รองรับระบบสามความเฉื่อย ฟังก์ชันนี้ได้ผลดีในการระงับการสั่นสะเทือนตกค้างที่ความถี่ค่อนข้างต่ำประมาณ 100 Hz หรือน้อยกว่า ซึ่งเกิดที่ปลายแขนกลและในเครื่องจักร จึงช่วยลดเวลาเข้าที่ (settling time)

Advanced Vibration Suppression Control II

Robust Filter

ในระบบที่มีความเฉื่อยสูงซึ่งใช้สายพานและเฟือง เช่น เครื่องพิมพ์และเครื่องบรรจุภัณฑ์ การควบคุมแบบเดิมทำให้ได้ทั้งการตอบสนองไวและเสถียรภาพพร้อมกันได้ยาก ฟังก์ชันนี้ทำให้ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกันโดยไม่ต้องปรับตั้ง Robust filter จะค่อย ๆ ลดการแกว่งของแรงบิดในย่านความถี่กว้าง และให้เสถียรภาพดีกว่ารุ่นก่อนหน้า

Robust Filter

ฟิลเตอร์ระงับการสั่นพ้องของเครื่องจักรที่ขยายขีดความสามารถ

ด้วยโครงสร้างฟิลเตอร์ขั้นสูง ย่านความถี่ที่ใช้งานได้ขยายจาก 100 Hz–4500 Hz เป็น 10 Hz–4500 Hz อีกทั้งจำนวนฟิลเตอร์ที่ใช้พร้อมกันได้ยังเพิ่มจาก 2 เป็น 5 ตัว จึงเพิ่มความสามารถในการระงับการสั่นสะเทือนของเครื่องจักร

ฟิลเตอร์ระงับการสั่นพ้องของเครื่องจักรที่ขยายขีดความสามารถ

ฟังก์ชันชดเชย lost motion

ฟังก์ชันนี้ระงับการกระเพื่อมที่จุดเปลี่ยนควอดรันต์ (quadrant protrusion) ซึ่งเกิดจากแรงเสียดทานและการบิดตัวเมื่อมอเตอร์เซอร์โวหมุนกลับทิศ จึงเพิ่มความแม่นยำของเส้นทางวงกลมในการควบคุมตามเส้นทางการเคลื่อนที่ที่ใช้ในโต๊ะ XY เป็นต้น

  • * ฟังก์ชันนี้ไม่รองรับใน MR-J4W2-B และ MR-J4W3-B
ฟังก์ชันชดเชย lost motion

Super Trace Control

ฟังก์ชันนี้ลดค่าเบี่ยงเบนตำแหน่งให้เกือบเป็นศูนย์ ไม่เพียงในช่วงเดินด้วยความเร็วคงที่ แต่รวมถึงช่วงเร่ง/ลดความเร็วคงที่ด้วย จึงเพิ่มความแม่นยำของเส้นทางการเคลื่อนที่ในเครื่องจักรที่มีความแข็งเกร็งสูง

* ฟังก์ชันนี้ไม่รองรับใน MR-J4W2-B และ MR-J4W3-B

Super Trace Control

ฟังก์ชันหลากหลายสำหรับงานที่แตกต่างกัน

* ใช้คอนโทรลเลอร์ที่รองรับ

การควบคุมการขันแน่นและการอัดประกอบ

ฟังก์ชันนี้สลับจากโหมดควบคุมตำแหน่ง/ความเร็วไปเป็นโหมดควบคุมแรงบิดได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องหยุดและไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วหรือแรงบิดอย่างกะทันหัน จึงลดภาระที่กระทำต่อเครื่องจักร เหมาะที่สุดกับงานที่ต้องสลับการควบคุมจากตำแหน่งไปเป็นแรงบิด เช่น การขันแน่นและอัดประกอบ การสอดชิ้นงาน หรือการขันฝาและสกรู

* ฟังก์ชันนี้รองรับใน MR-J4-B/MR-J4W2-B/MR-J4W3-B

การควบคุมการขันแน่นและการอัดประกอบ

    ฟังก์ชันสื่อสารระหว่างไดรเวอร์

    คอนโทรลเลอร์ควบคุมแกนมาสเตอร์ผ่านฟังก์ชันสื่อสารระหว่างไดรเวอร์ของชุดขยายสัญญาณเซอร์โว MR-J4-B โดยชุดขยายสัญญาณเซอร์โวของแกนมาสเตอร์จะส่งข้อมูลแรงบิดไปยังชุดขยายสัญญาณเซอร์โวตัวอื่นบน SSCNET III/H และตัวอื่นก็จะขับมอเตอร์เซอร์โวตามข้อมูลแรงบิดที่ได้รับจากแกนมาสเตอร์ ข้อมูลส่งผ่าน SSCNET III/H จึงไม่ต้องเดินสายพิเศษเพิ่ม

    ฟังก์ชันสื่อสารระหว่างไดรเวอร์

    ฟังก์ชัน Scale Measurement

    ฟังก์ชัน scale measurement ของชุดขยายสัญญาณเซอร์โว MR-J4-GF/MR-J4-B/MR-J4W2-B *1 *2ช่วยส่งข้อมูลตำแหน่งจากเอ็นโคเดอร์วัดสเกลไปยังคอนโทรลเลอร์ เมื่อเอ็นโคเดอร์วัดสเกลต่ออยู่ในการควบคุมแบบกึ่งวงปิด (semi closed loop) ข้อมูลจากลิเนียร์เอ็นโคเดอร์หรือซิงโครนัสเอ็นโคเดอร์จะถูกส่งไปยังคอนโทรลเลอร์ระบบเซอร์โวผ่านชุดขยายสัญญาณเซอร์โว จึงลดการเดินสาย

    • *1. ฟังก์ชันนี้ไม่รองรับใน MR-J4W2-0303B6
    • *2. ใช้ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวที่สอดคล้องกัน (MR-J4-GF/MR-J4-GF-RJ/MR-J4-B/MR-J4-B-RJ) สำหรับเอ็นโคเดอร์ด้านโหลด
    ฟังก์ชัน Scale Measurement

ใช้ได้กับระบบควบคุมและระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ

มอเตอร์เซอร์โวที่รองรับ

ชุดขยายสัญญาณเซอร์โว MR-J4 Series ขับมอเตอร์เซอร์โวแบบหมุน มอเตอร์เซอร์โวเชิงเส้น และมอเตอร์ขับตรงได้เป็นมาตรฐาน*

มอเตอร์เซอร์โวที่รองรับ

ดูการผสมผสานมอเตอร์เซอร์โวกับชุดขยายสัญญาณเซอร์โวที่เป็นไปได้จากรายการต่อไปนี้
- การผสมผสานของ Rotary Servo Motors และ Servo Amplifiers
- การผสมผสานของ Linear Servo Motors และ Servo Amplifiers
- การผสมผสานของ Direct Drive Motors และ Servo Amplifiers

ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวแบบ 1 แกน/2 แกน/3 แกน

สำหรับชุดขยายสัญญาณเซอร์โวที่รองรับ SSCNET III/H มีทั้งรุ่น 2 แกนและ 3 แกน นอกเหนือจากรุ่น 1 แกน จึงจัดระบบได้ยืดหยุ่นตามจำนวนแกนที่ต้องควบคุม

ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวแบบ 1 แกน/2 แกน/3 แกน

รองรับการควบคุมแบบวงปิดสมบูรณ์ (fully closed loop)

ชุดขยายสัญญาณเซอร์โว MR-J4-GF/MR-J4-B/MR-J4-A รองรับระบบควบคุมแบบวงปิดสมบูรณ์ *1 มาเป็นมาตรฐาน จึงกำหนดตำแหน่งได้แม่นยำยิ่งขึ้น *2

  • *1. ชุดขยายสัญญาณเซอร์โว MR-J4-GF/MR-J4-B/MR-J4-A รองรับลิเนียร์เอ็นโคเดอร์แบบอนุกรมชนิด 2 สาย สำหรับลิเนียร์เอ็นโคเดอร์แบบอนุกรมชนิด 4 สาย และแบบอินเทอร์เฟซพัลส์เทรน (ชนิดเอาต์พุตดิฟเฟอเรนเชียลเฟส A/B/Z) ให้ใช้ MR-J4-GF-RJ/MR-J4-B-RJ/MR-J4-A-RJ
  • *2. บางรุ่นไม่รองรับระบบควบคุมแบบวงปิดสมบูรณ์ ดูที่ "Product lines" ในแคตตาล็อก
รองรับการควบคุมแบบวงปิดสมบูรณ์

แหล่งจ่ายไฟและกำลังให้เลือกหลากหลาย

ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวแต่ละรุ่นรองรับไฟเลี้ยงวงจรหลักดังนี้:
MR-J4-B/MR-J4-A: 3 เฟส 200 V AC/400 V AC,
1 เฟส 100 V AC และ 48 V DC/24 V DC
อีกทั้งยังรองรับกำลังในช่วงกว้างตั้งแต่ 30 W* ถึง 55 kW
MR-J4-GF: 3 เฟส 200 V AC/400 V AC, 1 เฟส 100 V AC
ส่วน MR-J4-GF-RJ/MR-J4-B-RJ/MR-J4-A-RJ รองรับไฟเข้าแบบ DC ด้วย

* ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวขนาด 30 W รองรับแหล่งจ่ายไฟ 48 V DC/24 V DC

แหล่งจ่ายไฟและกำลังให้เลือกหลากหลาย

ความถี่พัลส์คำสั่งสูงสุด

ชุดขยายสัญญาณเซอร์โว MR-J4-A ที่รองรับอินเทอร์เฟซอเนกประสงค์ รองรับความถี่พัลส์คำสั่งสูงสุด 4 Mpulses/s (เมื่อใช้ตัวรับแบบดิฟเฟอเรนเชียล)
เมื่อใช้แบบโอเพนคอลเลกเตอร์ รองรับอินพุตทั้งแบบซิงก์และซอร์ส

ความถี่พัลส์คำสั่งสูงสุด

ฟังก์ชันกำหนดตำแหน่งในตัวเพื่อระบบที่เรียบง่าย

MR-J4-GF(-RJ) และ MR-J4-A-RJ พร้อมฟังก์ชันกำหนดตำแหน่งในตัว

MR-J4-GF(-RJ) และ MR-J4-A-RJ มีฟังก์ชันกำหนดตำแหน่งในตัว จึงสั่งงานกำหนดตำแหน่งได้ด้วยวิธี point table วิธีเขียนโปรแกรม* และวิธี indexer ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวเหล่านี้จัดระบบกำหนดตำแหน่งได้โดยไม่ต้องใช้โมดูล Positioning (พัลส์คำสั่ง) คำสั่งกำหนดตำแหน่งสั่งงานผ่าน CC-Link IE Field Network สัญญาณอินพุต/เอาต์พุต หรือการสื่อสาร RS-422/RS-485 (สูงสุด 32 แกน) และตั้งค่าข้อมูลกำหนดตำแหน่งได้ง่ายด้วย MR Configurator2

MR-J4-GF(-RJ) และ MR-J4-A-RJ พร้อมฟังก์ชันกำหนดตำแหน่งในตัว

* วิธีเขียนโปรแกรมรองรับเฉพาะใน MR-J4-A-RJ เท่านั้น

วิธี point table

ตั้งค่าข้อมูลตำแหน่ง (ตำแหน่งเป้าหมาย) ความเร็วมอเตอร์เซอร์โว และค่าคงที่เวลาเร่ง/ลดความเร็ว ลงใน point table การตั้งค่าข้อมูล point table (ตั้งได้สูงสุด 255 จุด) ทำได้ง่ายเหมือนตั้งค่าพารามิเตอร์ จากนั้นสั่งงานกำหนดตำแหน่งด้วยสัญญาณเริ่มทำงานหลังเลือกหมายเลข point table

วิธี point table

* สำหรับ MR-J4-A-RJ ตั้งค่า point table ได้จากปุ่มกดบนชุดขยายสัญญาณเซอร์โว หรือด้วยยูนิตพารามิเตอร์ MR-PRU03

วิธีเขียนโปรแกรม*

สร้างโปรแกรมกำหนดตำแหน่งด้วยคำสั่งเฉพาะ แล้วสั่งงานกำหนดตำแหน่งด้วยสัญญาณเริ่มทำงานหลังเลือกหมายเลขโปรแกรม วิธีเขียนโปรแกรมรองรับการกำหนดตำแหน่งที่ซับซ้อนกว่าวิธี point table ตั้งโปรแกรมได้สูงสุด 256 โปรแกรม (จำนวนขั้นตอนรวมของทุกโปรแกรม: 640)

วิธีเขียนโปรแกรม*

* ต้องใช้ MR Configurator2 ในการสร้างโปรแกรม

วิธี indexer*

สั่งงานกำหนดตำแหน่งโดยระบุจำนวนสถานีที่แบ่งเท่า ๆ กัน (สูงสุด 255 สถานี) และจำนวนฟันเฟืองด้านเครื่องจักรกับด้านมอเตอร์ ระยะทางเคลื่อนที่จะถูกคำนวณอัตโนมัติจากจำนวนสถานีที่ตั้งไว้ในพารามิเตอร์ จากนั้นสั่งงานกำหนดตำแหน่งด้วยสัญญาณเริ่มทำงานหลังเลือกหมายเลขตำแหน่งสถานี
เลือกตั้งค่าได้ทั้งแบบระบุทิศทางการหมุน หรือแบบหมุนไปในทิศที่สั้นที่สุด

* วิธี indexer ไม่รองรับโหมดควบคุมแบบวงปิดสมบูรณ์และโหมดควบคุมมอเตอร์เซอร์โวเชิงเส้น

วิธี indexer*

ฟังก์ชันใหม่ที่มีประโยชน์ร่วมกับฟังก์ชันกำหนดตำแหน่ง

* ไม่รองรับใน MR-J4-03A6-RJ

มีฟังก์ชันใหม่ที่มีประโยชน์เพิ่มเข้ามาในฟังก์ชันกำหนดตำแหน่ง ได้แก่ ฟังก์ชัน simple cam, ฟังก์ชัน encoder following, ฟังก์ชัน pulse input through, ฟังก์ชันชดเชยตำแหน่ง simple cam และฟังก์ชันการสื่อสาร (MODBUS ® RTU, การกำหนดตำแหน่งแบบจุดต่อจุด และฟังก์ชันแลตช์ตำแหน่งปัจจุบัน) นำฟังก์ชันเหล่านี้ไปใช้กับงานได้หลากหลายเพื่อจัดระบบกำหนดตำแหน่งได้อย่างง่ายดาย

ฟังก์ชัน simple cam

สร้างข้อมูลแคมได้หลากหลายรูปแบบอย่างง่ายดายด้วย MR Configurator2 โดยใช้พัลส์คำสั่งหรือสัญญาณเริ่มทำงานจาก point table/โปรแกรม เป็นอินพุตให้ simple cam จากนั้นคำสั่งอินพุตจะถูกส่งออกไปยังมอเตอร์เซอร์โวตามข้อมูลแคม

ฟังก์ชัน simple cam

* วิธีเขียนโปรแกรมรองรับเฉพาะใน MR-J4-A-RJ เท่านั้น

ฟังก์ชัน encoder following/ฟังก์ชัน pulse input through*

ด้วยฟังก์ชัน encoder following ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวจะรับสัญญาณเอาต์พุตเฟส A/B จากซิงโครนัสเอ็นโคเดอร์มาเป็นพัลส์คำสั่ง แล้วส่งคำสั่งอินพุตออกไปยังมอเตอร์เซอร์โวตามข้อมูลแคม การตั้งค่าข้อมูลแคมให้สอดคล้องกับความยาวแผ่นวัสดุ เส้นรอบวงของแกนใบมีดหมุน และช่วงซิงโครนัสของแผ่นวัสดุ ทำให้สร้างระบบที่แกนสายพานลำเลียงกับแกนใบมีดหมุนทำงานซิงโครนัสกันได้ ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวรองรับอินพุตจากซิงโครนัสเอ็นโคเดอร์สูงสุด 4 Mpulses/s ส่วนฟังก์ชัน pulse input through ทำให้แกนแรกส่งพัลส์เฟส A/B ที่รับมาจากซิงโครนัสเอ็นโคเดอร์ต่อไปยังแกนถัดไปได้ จึงสร้างระบบที่แกนถัด ๆ ไปทำงานซิงโครนัสกับซิงโครนัสเอ็นโคเดอร์ได้

* ฟังก์ชัน pulse input through มีให้ใช้ในรูปฟังก์ชัน A/B-phase pulse input through สำหรับ MR-J4-GF-RJ และในรูปฟังก์ชัน command pulse input through สำหรับ MR-J4-A-RJ

ฟังก์ชัน encoder following/ฟังก์ชัน pulse input through*

ฟังก์ชันชดเชยตำแหน่ง simple cam*

ตำแหน่งจริงของมอเตอร์เซอร์โวได้มาจากอินพุตของเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับมาร์กกำหนดตำแหน่ง (registration mark) ที่พิมพ์อยู่บนฟิล์มซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวจะคำนวณค่าชดเชยและแก้ไขความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งแกนใบมีดหมุนจากอินพุตของเซ็นเซอร์นั้น เพื่อให้ตัดฟิล์มได้ตรงตำแหน่งที่กำหนด

* "คำสั่งขอชดเชยตำแหน่งแคม" จะถูกเปิดใช้งานด้วยอินพุต touch probe สำหรับ MR-J4-GF-RJ และด้วยอินพุตเซ็นเซอร์ตรวจจับมาร์กสำหรับ MR-J4-A-RJ

ฟังก์ชันชดเชยตำแหน่ง simple cam*

ฟังก์ชันการสื่อสาร (MODBUS ® RTU)

นอกจากการสื่อสาร RS-422/RS-485 (โปรโตคอล AC servo อเนกประสงค์ของ Mitsubishi Electric) แล้ว ยังรองรับการสื่อสาร RS-485 (โปรโตคอล MODBUS ® RTU) ด้วย โดยโปรโตคอล MODBUS ® RTU รองรับฟังก์ชันโค้ด 03h (Read holding registers) เป็นต้น
จึงควบคุมและตรวจติดตามชุดขยายสัญญาณเซอร์โวจากอุปกรณ์ภายนอกได้

Communication function (MODBUS
                                                                                                    <sup>®</sup> RTU)

* ต้องใช้เทอร์มินอลบล็อกคอนเนกเตอร์ RJ-45 และสายที่รองรับ RJ-45 ซึ่งออกแบบมาสำหรับ MR-J4-A-RJ

ฟังก์ชันการสื่อสาร (การกำหนดตำแหน่งแบบจุดต่อจุด)

กำหนดตำแหน่งแบบจุดต่อจุดได้สูงสุด 255 จุด เมื่อตั้งค่าตำแหน่งเป้าหมายไว้ใน point table ล่วงหน้า อีกทั้งยังเขียนทับตำแหน่งเป้าหมายถัดไปขณะทำงานได้ผ่านฟังก์ชันการสื่อสาร

ฟังก์ชันการสื่อสาร (การกำหนดตำแหน่งแบบจุดต่อจุด)

ฟังก์ชันการสื่อสาร (แลตช์ตำแหน่งปัจจุบัน)

จากข้อมูลที่แลตช์ไว้โดยฟังก์ชันตรวจจับมาร์ก (แลตช์ตำแหน่งปัจจุบัน*) ตำแหน่งเป้าหมายจะถูกชดเชยด้วยการเขียนค่าลงใน point table

* เมื่อสัญญาณตรวจจับมาร์กทำงาน ตำแหน่งปัจจุบันจะถูกแลตช์ไว้ และอ่านข้อมูลที่แลตช์ได้ผ่านฟังก์ชันการสื่อสาร

  • ตัวอย่าง: การชดเชยตำแหน่งเมื่อชิ้นงานวางเยื้องไป 50 บนพาเลทขนถ่าย
    • เริ่มการทำงานโดยระบุ point table หมายเลข 1 (ตำแหน่งเป้าหมาย: 1000)
    • ฟังก์ชันการสื่อสาร (แลตช์ตำแหน่งปัจจุบัน) จะวัดค่าเยื้องตำแหน่งด้วยฟังก์ชันตรวจจับมาร์ก แล้วเขียนค่าเยื้อง 50 ลงในตำแหน่งเป้าหมายของ point table หมายเลข 2 เพื่อชดเชยระหว่างการทำงาน
    • เมื่อการทำงานของ point table หมายเลข 1 เสร็จสิ้นโดยมีค่าเยื้อง 50 ให้เริ่มการทำงานโดยระบุ point table หมายเลข 2 ชิ้นงานก็จะถูกวางเข้าตำแหน่งที่ถูกต้อง
ฟังก์ชันการสื่อสาร (แลตช์ตำแหน่งปัจจุบัน)

เครือข่ายครบวงจรด้วย CC-Link IE Field

เครือข่ายแบบ All-in-One

เครือข่ายนี้ออกแบบมาให้รองรับการควบคุมแบบกระจาย การควบคุม I/O และการควบคุมการเคลื่อนที่ได้พร้อมกัน CC-Link IE Field Network ให้ท่านเชื่อมต่ออุปกรณ์หน้างานได้ เช่น โปรแกรมเมเบิลคอนโทรลเลอร์ โมดูล I/O โมดูลเคาน์เตอร์ความเร็วสูง ชุดขยายสัญญาณเซอร์โว อินเวอร์เตอร์ และจอแสดงผล จึงได้เครือข่ายที่เหมาะที่สุดกับความต้องการของงาน
เลือกโทโพโลยีได้ทั้งแบบดาว แบบเส้น หรือแบบวงแหวน * ตามผังของไลน์ผลิตและเครื่องจักร

เครือข่ายแบบ All-in-One

* โมดูล Simple Motion ไม่รองรับโทโพโลยีแบบวงแหวน

ซอฟต์แวร์วิศวกรรมแบบ All-in-One

MELSOFT GX Works3 แบบ all-in-one ครอบคลุมทุกขั้นตอนของวงจรพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบระบบไปจนถึงการบำรุงรักษา ทั้งการเขียนโปรแกรม การตั้งค่า CC-Link IE Field Network และโมดูล Simple Motion ตลอดจนการปรับตั้งชุดขยายสัญญาณเซอร์โว

GX Works3
MELSOFT GX Works3

ระบบขับเคลื่อนครบวงจรด้วย CC-Link IE Field

รองรับ CC-Link IE Field Network

MR-J4-GF(-RJ) รองรับ CC-Link IE Field Network มาเป็นมาตรฐาน
ชุดขยายสัญญาณเซอร์โวเชื่อมต่อกับ CC-Link IE Field Network ที่ใช้พื้นฐาน Ethernet ได้ จึงสื่อสารได้เร็วและไร้รอยต่อ

MR-J4-GF

กำหนดตำแหน่งได้ง่ายด้วย CC-Link IE Field Network

การใช้โมดูลมาสเตอร์ร่วมกับ MR-J4-GF(-RJ) ทำให้สั่งงานกำหนดตำแหน่งได้ด้วยวิธี point table หรือวิธี indexer โดยไม่ต้องใช้โมดูล Positioning สำหรับวิธี point table เพียงตั้งหมายเลข point table แล้วเปิดสัญญาณเริ่มทำงาน การกำหนดตำแหน่งก็จะเริ่มขึ้น อีกทั้งยังทำงาน point table ถัดไปต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องหยุด
ส่วนวิธี indexer ระยะทางเคลื่อนที่จะถูกคำนวณอัตโนมัติจากจำนวนสถานีที่ตั้งไว้ในพารามิเตอร์
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของฟังก์ชันกำหนดตำแหน่งได้ที่ " Positioning Function"

กำหนดตำแหน่งได้ง่ายด้วย CC-Link IE Field Network

การควบคุมการเคลื่อนที่ผ่าน CC-Link IE Field Network

การใช้โมดูล Simple Motion ร่วมกับ MR-J4-GF(-RJ) ทำให้ควบคุมแบบซิงโครนัสและควบคุมแบบอินเทอร์โพเลชันได้อย่างมีสมรรถนะสูง ด้วยการตั้งค่าพารามิเตอร์อย่างง่ายและสั่งเริ่มทำงานจากโปรแกรม sequence อีกทั้งยังควบคุมความเร็วและควบคุมแรงบิดได้ จึงเหมาะกับเครื่องจักรแปรรูปวัสดุแผ่นม้วน นอกจากนี้ การใช้รีโมตอินพุต/เอาต์พุตที่รองรับฟังก์ชันการสื่อสารแบบซิงโครนัส ยังทำให้สร้างระบบที่ซิงโครนัสกับรอบคำสั่งของชุดขยายสัญญาณเซอร์โวได้

ตัวอย่างอินพุต/เอาต์พุตที่ซิงโครนัสกับรอบคำสั่งของชุดขยายสัญญาณเซอร์โว

ซิงโครนัสเอ็นโคเดอร์ ตัวคลี่ม้วน และเครื่องพิมพ์ สามารถทำงานซิงโครนัสกับรอบการสื่อสารคำสั่งเซอร์โวได้

ตัวอย่างอินพุต/เอาต์พุตที่ซิงโครนัสกับรอบคำสั่งของชุดขยายสัญญาณเซอร์โว

รองรับ CC-Link IE Field Network Basic *3 ไอคอน CC-Link IE Field Network Basic


ด้วยกระแส IoT *1 ในปัจจุบัน การเชื่อมต่ออุปกรณ์และเครื่องจักรเข้าเครือข่ายสำหรับระบบขนาดเล็กกำลังกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น CC-Link IE Field Network Basic ทำให้ผสานอุปกรณ์ Ethernet เข้ากับเครือข่ายได้ง่ายขึ้น เพราะสแตกการสื่อสารแบบไซคลิกทำงานด้วยซอฟต์แวร์ ไม่ต้องใช้ ASIC เฉพาะทาง จึงช่วยลดต้นทุนการพัฒนาให้พันธมิตรผู้ผลิตอุปกรณ์
อีกทั้งยังสื่อสารได้อย่างโปร่งใสด้วยการใช้ SLMP *2 ซึ่งเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อในทุกระดับของการผลิต

  • *1. Internet of Things (IoT)
  • *2. Seamless Message Protocol
  • *3. CC-Link IE Field Network Basic รองรับใน MR-J4-GF ที่มีซอฟต์แวร์เวอร์ชัน A4 ขึ้นไป
    ดูรายละเอียดในคู่มือการใช้งานสำหรับ CC-Link IE Field Network Basic

CC-Link IE Field Network Basic

ระบบเซอร์โวที่ตอบสนองไวด้วย SSCNET III/H

ความเร็วการสื่อสารเร็วขึ้น 3 เท่า

ความเร็วการสื่อสารเพิ่มเป็น 150 Mbps แบบ full duplex (เทียบเท่า 300 Mbps แบบ half duplex) ซึ่งเร็วกว่าเดิม 3 เท่า การตอบสนองของระบบจึงดีขึ้นอย่างมาก

ความเร็วการสื่อสารเร็วขึ้น 3 เท่า

การสื่อสารแบบซิงโครนัส

SSCNET III/H ให้การสื่อสารแบบซิงโครนัส จึงได้เปรียบทางเทคนิคสำหรับเครื่องจักรในอุตสาหกรรมการพิมพ์และแปรรูปอาหารที่ต้องการการควบคุมแบบกำหนดเวลาแน่นอน (deterministic)

การสื่อสารแบบซิงโครนัส

รอบเวลาสั้นเพียง 0.222 ms

ควบคุมเครื่องจักรได้อย่างราบรื่นด้วยการสื่อสารอนุกรมความเร็วสูงที่มีรอบเวลาเพียง 0.222 ms

รอบเวลาสั้นเพียง 0.222 ms

ทนสัญญาณรบกวนได้ดีขึ้นด้วยการสื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง

สายใยแก้วนำแสงตัดสัญญาณรบกวนที่เข้ามาจากสายไฟกำลังหรืออุปกรณ์ภายนอกได้อย่างหมดจด จึงทนสัญญาณรบกวนได้ดีกว่าสายโลหะอย่างมาก

ไม่มีการชนกันของข้อมูลที่ส่ง

เดินสายได้ไกลถึง 3200 ม.

เดินสายได้ไกลถึง 3200 ม. ต่อระบบ (สูงสุด 100 ม. ระหว่างสถานี × 32 แกน) จึงเหมาะกับระบบขนาดใหญ่

* กรณีที่เชื่อมต่อทุกแกนผ่าน SSCNET III/H

เดินสายได้ไกลถึง 3200 ม.

ควบคุมจากศูนย์กลางผ่านเครือข่าย

ข้อมูลเซอร์โวปริมาณมากถูกแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ระหว่างคอนโทรลเลอร์กับชุดขยายสัญญาณเซอร์โว
การใช้ MELSOFT MR Configurator2 บนคอมพิวเตอร์ที่ต่อกับคอนโทรลเลอร์การเคลื่อนที่หรือโมดูล Simple Motion ช่วยรวมศูนย์ข้อมูล เช่น การตั้งค่าพารามิเตอร์และการตรวจติดตามชุดขยายสัญญาณเซอร์โวหลายตัวไว้ในที่เดียว

ควบคุมจากศูนย์กลางผ่านเครือข่าย

โทโพโลยีเครือข่าย

จัดเครือข่ายได้ทั้งโทโพโลยีแบบดาวและแบบเส้น ด้วยยูนิตฮับใยแก้วนำแสง MR-MV200* ผ่าน SSCNET III/H จึงบำรุงรักษาได้โดยไม่ต้องหยุดทั้งระบบ ทำให้อัตราการเดินเครื่องสูงขึ้น

โทโพโลยีเครือข่าย

สัญญาณ I/O ที่ซิงโครนัสกับการควบคุมการเคลื่อนที่

โมดูลเซนซิ่ง MR-MT2000 Series ซึ่งประกอบด้วยโมดูล I/O โมดูล I/O แบบอะนาล็อก โมดูล I/O แบบพัลส์ และโมดูลอินเทอร์เฟซเอ็นโคเดอร์ เชื่อมต่อเข้ากับ SSCNET III/H
โมดูลเหล่านี้ช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้เร็วและแม่นยำขึ้น ด้วยการซิงโครไนซ์ I/O ของไดรเวอร์พัลส์เทรนอเนกประสงค์ เซ็นเซอร์ และ SSI เอ็นโคเดอร์ เข้ากับการควบคุมการเคลื่อนที่

สัญญาณ I/O ที่ซิงโครนัสกับการควบคุมการเคลื่อนที่

* สำหรับยูนิตฮับใยแก้วนำแสง MR-MV200 และโมดูลเซนซิ่ง MR-MT2000 ดูที่

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง