กรณีศึกษา
การบำรุงรักษา
เชิงป้องกัน
ช่วยลดต้นทุน
ได้ 30%
และรองรับ
การเดินเครื่อง
ได้ต่อเนื่อง
ตลอด 365 วัน
Stadtwerke Rotenburg
Municipal services, ประเทศเยอรมนี
ภูมิหลัง / ประเด็นปัญหา
จัดการระดับการให้บริการ ลดเวลาและต้นทุนในการซ่อมบำรุง
99% ของครัวเรือนในเยอรมนีเชื่อมต่อกับโรงบำบัดน้ำเสีย และใช้ระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นนี้ในทุกวัน โรงบำบัดน้ำเสียจำเป็นต้องทำความสะอาดและหมุนเวียนน้ำเสียอย่างต่อเนื่องตลอด 365 วัน เพื่อให้น้ำสามารถกลับคืนสู่แม่น้ำและแหล่งน้ำได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ที่โรงบำบัดน้ำเสียของบริษัทสาธารณูปโภค Stadtwerke Rotenburg an der Fulda เกิดความขัดข้องบ่อยครั้งเนื่องจากปัญหาด้านการออกแบบ เมื่อเกิดความเสียหายบางส่วนของชิ้นส่วนเครื่องจักร จำเป็นต้องเปลี่ยนปั๊มน้ำทั้งตัว ซึ่งทำให้เกิดต้นทุนที่ไม่คาดคิดและเวลาหยุดให้บริการ (downtime) เพิ่มขึ้น เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงจำเป็นต้องหาแนวทางแก้ปัญหาในการป้องกันความเสียหายโดยการตรวจพบสัญญาณผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
โซลูชัน
การวิเคราะห์และมอนิเตอร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อค้นหาปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ที่ Stadtwerke Rotenburg a.d. Fulda ได้มีการนำโซลูชันสำหรับตรวจวัดสภาพอุปกรณ์ (condition monitoring) มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดข้องของระบบในโรงบำบัดน้ำเสีย
ผ่านการมอนิเตอร์อย่างละเอียดและการวิเคราะห์ข้อมูล เราสามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงของแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นซึ่งโดยปกติแล้วมนุษย์ไม่สามารถตรวจจับได้ เมื่อระบบส่งสัญญาณเตือนแบบเรียลไทม์ก่อนที่ค่าการสั่นสะเทือนจะถึงระดับวิกฤต ทีมงานสามารถวางแผนการบำรุงรักษาและเปลี่ยนชิ้นส่วนก่อนที่จะเกิดความเสียหายจริง
ด้วยการป้องกันความล้มเหลวเหล่านี้ ทำให้ปั๊มสามารถเดินเครื่องได้ด้วย downtime ขั้นต่ำที่สุด ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเดินระบบได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงแบบไม่หยุด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ
ผลลัพธ์ที่ได้
รักษาเวลาการเดินเครื่องได้สำเร็จ พร้อมลดต้นทุนความเสียหายลง 30%
การซ่อมแซมหลังเกิดความเสียหายสามารถก่อให้เกิดต้นทุนจำนวนมากและทำให้เกิดช่วงหยุดระบบเป็นเวลานาน แต่โซลูชันมอนิเตอร์นี้ช่วยให้สามารถวางแผนและดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกันได้ในเวลาที่เหมาะสม ลดทั้งต้นทุนและเวลา downtime ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในกรณีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลักษณะความเสียหายของอุปกรณ์ ทำให้ต้นทุนการซ่อมลดลงได้ถึง 30%
นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการทำงานของโรงงานโดยรวมยังดีขึ้นจากการลดต้นทุนตลอดวงจรชีวิตของปั๊ม เช่น การเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนที่สึกหรอเมื่อจำเป็น แทนการเปลี่ยนมอเตอร์และเกียร์ทั้งชุดเช่นที่ผ่านมา แม้ว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นเพียงบางส่วนก็ตาม
SMKL
การแปลงข้อมูล การวิเคราะห์ และการรายงานแบบเรียลไทม์
ระดับ D
การปรับใช้ข้อมูล
เพิ่ม ROI แบบเป็นขั้นตอนด้วยการใช้ SMKL
ระดับ C
การวิเคราะห์
ระดับ B
การแสดงผลข้อมูล
ระดับ A
การเก็บข้อมูล
ระดับ 1
คนงาน
ระดับ 2
สถานที่ทำงาน
ระดับ 3
โรงงาน
ระดับ 4
ห่วงโซ่อุปทาน
“Maturity Model” เป็นรูปแบบการวิเคราะห์ที่เป็นที่รู้จักกันดีและยังทำให้ผู้อ่านนึกถึงการวิเคราะห์ในเชิงผู้บริหารระดับสูง ซึ่งถือว่าเป็นคำที่เหมาะสมในการใช้อธิบาย… เพราะจริง ๆ แล้วมันก็คือ maturity model!
การลงทุนอย่างต่อเนื่องแบบไม่พิจารณาอาจเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่ไม่ดี แต่การลงทุนให้ยั่งยืนหมายถึงการที่มันสามารถสร้างผลตอบแทนได้ด้วยตัวเองและยังคงสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง — การลงทุนต่อเนื่องเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดประโยชน์ แต่รับประกันแค่ “ต้นทุน”
การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์
-
ขั้นตอนที่ I A2 :การเก็บรวบรวมข้อมูล
-
ขั้นตอนที่ II C2 :วิเคราะห์/ใช้ประโยชน์จากข้อมูล
(การประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์) -
ขั้นตอนที่ III D2 :การเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่ทำงาน
เพื่อให้สามารถตรวจจับความล้มเหลวได้ล่วงหน้า จึงได้มีการนำระบบ Condition Monitoring มาใช้งาน โดยเริ่มจากการติดตั้งเซนเซอร์วัดแรงสั่นสะเทือนเพิ่มเติมเพื่อเก็บข้อมูลการทำงานของอุปกรณ์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกวิเคราะห์แบบเรียลไทม์เพื่อค้นหาสัญญาณความผิดปกติในระยะเริ่มต้นและส่งการแจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังทีมบำรุงรักษา นอกจากนี้ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปยังศูนย์ควบคุมระยะไกลเพื่อใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างระบบปั๊มหลายชุดได้อีกด้วย
เสียงจากลูกค้า
การติดตั้งระบบได้อย่างราบรื่นโดยไม่รบกวนการเดินเครื่องตามปกติ
จากซ้ายไปขวา: Michael Böttner, Programmer, Willich Elektrotechnik GmbH; Christoph Behler, Senior Business Development Manager, Mitsubishi Electric Europe B.V.; Stephan Heckeroth, Operation Manager, Stadtwerke Rotenburg a. d. Fulda; และ Antonio Genovese, Wastewater Manager ของโรงบำบัดน้ำเสียเทศบาล Rotenburg a.d. Fulda
คุณ Genovese จาก Stadtwerke Rotenburg กล่าวว่า “ผมประหลาดใจและประทับใจมากที่การติดตั้งระบบสามารถทำได้โดยไม่ต้องหยุดการเดินเครื่องแม้แต่วันเดียว มันเหมือนกับว่าเราแทบไม่รู้ตัวเลยว่าระบบกำลังถูกติดตั้งอยู่จริง ๆ” เขารู้สึกพอใจอย่างมากที่การติดตั้งระบบไม่สร้างผลกระทบต่อการทำงานปกติของโรงงานเลย
Michael Böttner โปรแกรมเมอร์จาก Willich ผู้เป็น System Integrator ที่ร่วมงานกับ Stadtwerke Rotenburg และเป็นผู้เสนอการนำระบบมอนิเตอร์นี้มาใช้กล่าวว่า “เนื่องจากผลการทดสอบที่ Rotenburg ออกมาดีมาก ทำให้เราสามารถอธิบายประโยชน์ของโซลูชันนี้กับลูกค้าในอนาคตได้ง่ายขึ้น”
Application case
โซลูชันที่ขยายการใช้งานได้ตั้งแต่ระบบและเครื่องจักรขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่
โซลูชันมอนิเตอร์นี้สามารถนำไปใช้กับเครื่องจักรใดก็ได้ตราบใดที่เป็นเครื่องจักรที่มีมอเตอร์ หนึ่งในโรงงานผลิตกระดาษของ Mitsubishi HiTec Paper Europe GmbH ที่ประเทศเยอรมนี พบว่าความเสียหายในระบบทำความเย็นของเครื่องจักรขนาดใหญ่สูงกว่า 4 ชั้น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย เพื่อแก้ปัญหานี้เราได้นำโซลูชัน condition monitoring มาใช้กับพัดลมทำความเย็นขนาดใหญ่ทั้ง 26 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีน้ำหนักถึงประมาณ 100 กิโลกรัม โดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่มอนิเตอร์มา ได้แก่ ระดับแรงสั่นสะเทือน และการใช้พลังงานไฟฟ้าของมอเตอร์พัดลม ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อเครื่องจักรได้ อีกทั้งยังสามารถวางแผนและดำเนินการบำรุงรักษาได้อย่างทันท่วงที โรงงานแห่งนี้ผลิตกระดาษมากกว่า 300,000 กก.ต่อวัน แบ่งเป็นล็อตละ 9,000 กก. ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ของโซลูชันนี้ เทียบกับการสูญเสียจากการหยุดผลิตเทียบเท่ากับเพียง 1 ชั่วโมงของการหยุดผลิตในหนึ่งวัน กล่าวคือ ต้นทุนของโซลูชันทั้งหมดน้อยกว่าต้นทุนความเสียหายที่เกิดจากการหยุดผลิตเพียง 1 ชั่วโมง และโซลูชันนี้ยังสามารถให้การปกป้องเครื่องจักรได้อีกหลายปีในอนาคต