กรณีศึกษา
การจัดการ
โรงงาน
อย่างมี
ประสิทธิภาพ
ผ่าน
การมองเห็นข้อมูล
Lotte Co., Ltd. - โรงงานที่ Urawa
อุตสาหกรรมอาหาร, ประเทศญี่ปุ่น
ภูมิหลัง / ประเด็นปัญหา
ประสิทธิภาพการดำเนินงานชะงักงันเนื่องจากกระบวนการที่ต้องพึ่งพามนุษย์
โรงงาน Urawa ของ Lotte เป็นโรงงานผลิตขนมหวานที่มีปริมาณการผลิตมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ผลิตช็อกโกแลต ลูกกวาด ของหวานแช่แข็ง และไอศกรีม
ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม แม้ว่าการทำระบบอัตโนมัติจะก้าวหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั่วทั้งกระบวนการ ในกรณีของ Lotte ปัญหาหลายอย่างไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน และกฎเกณฑ์สำหรับการตัดสินใจก็ไม่ชัดเจน กระบวนการหลายอย่างยังคงต้องพึ่งพา “ประสบการณ์” ของวิศวกรผู้ชำนาญการ ส่งผลให้คาดการณ์ได้ว่าจะเกิดปัญหาในอนาคต เช่น การเกษียณของวิศวกรที่มีทักษะ การขาดแคลนแรงงานในอนาคต รวมถึงความจำเป็นในการใช้กำลังคนและเวลาเมื่อเกิดการหยุดไลน์ผลิตหรือปัญหาเครื่องจักรผิดปกติ ดังนั้นจึงเกิดความต้องการที่จะนำโซลูชันมาใช้เพื่อให้สามารถควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมดจากศูนย์กลาง โดยใช้ประโยชน์จาก IoT
โซลูชัน
ทำให้ทักษะและองค์ความรู้ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญถูกทำให้เป็นดิจิทัลและนำมาวิเคราะห์
Lotte นำโซลูชันนี้มาใช้ในกระบวนการผลิต "Yukimi Daifuku” ซึ่งเป็นขนมที่มีขั้นตอนซับซ้อน (ไอศกรีมวานิลลาห่อด้วยแป้งโมจิบางๆ) โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายผลไปใช้กับทั้งไลน์การผลิต โซลูชันนี้ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากสภาพแวดล้อมการผลิตได้ทั้งแบบเรียลไทม์และแบบออฟไลน์
(STEP I) นอกจากนี้เพื่อให้การใช้งานโซลูชันเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เราได้ติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติมสำหรับวัดอุณหภูมิ แรงสั่นสะเทือน ความดัน กระแสไฟฟ้า ฯลฯ และทำการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของแป้งโมจิ ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องอาศัย “ประสบการณ์” ของผู้เชี่ยวชาญในไลน์ผลิตเป็นหลัก
(STEP II) จากการวิเคราะห์ข้อมูล เราสามารถระบุความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพของแป้งโมจิกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในกระบวนการผลิต และประสบความสำเร็จในการกำหนดกฎเกณฑ์การวินิจฉัยใหม่
(STEP III) ปัจจุบันเรากำลังพัฒนากลไกในการเก็บ ใช้ และควบคุมข้อมูลสำหรับทั้งไลน์การผลิตไม่เพียงเฉพาะในขั้นตอนการทำแป้งโมจิเท่านั้น
ผลลัพธ์ที่ได้
ทำให้ทั้งไลน์การผลิตฉลาดขึ้นได้สำเร็จ
เราได้ค่อยๆ ขยายกระบวนการเก็บและใช้ข้อมูลที่ถูกทำให้เป็นอัตโนมัติใหม่จากพื้นที่เฉพาะส่วนหนึ่งไปสู่ทั้งไลน์การผลิต ด้วยการนำไลน์การผลิตแบบอัจฉริยะมาใช้ เราประสบความสำเร็จในการเริ่ม “การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน” (การตรวจจับสัญญาณสึกหรอหรือความผิดปกติก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง) “การทำให้คุณภาพมีเสถียรภาพ” (เพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพตั้งแต่ครั้งแรก—right first time) และท้ายที่สุด เราทำให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
SMKL
การใช้ประโยชน์ข้อมูลสำหรับทั้งไลน์การผลิต
ระดับ D
การปรับใช้ข้อมูล
เพิ่ม ROI แบบเป็นขั้นตอนด้วยการใช้ SMKL
ระดับ C
การวิเคราะห์
ระดับ B
การแสดงผลข้อมูล
ระดับ A
การเก็บข้อมูล
ระดับ 1
คนงาน
ระดับ 2
สถานที่ทำงาน
ระดับ 3
โรงงาน
ระดับ 4
ห่วงโซ่อุปทาน
“Maturity Model” เป็นรูปแบบการวิเคราะห์ที่เป็นที่รู้จักกันดีและยังทำให้ผู้อ่านนึกถึงการวิเคราะห์ในเชิงผู้บริหารระดับสูง ซึ่งถือว่าเป็นคำที่เหมาะสมในการใช้อธิบาย… เพราะจริง ๆ แล้วมันก็คือ maturity model!
การลงทุนอย่างต่อเนื่องแบบไม่พิจารณาอาจเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่ไม่ดี แต่การลงทุนให้ยั่งยืนหมายถึงการที่มันสามารถสร้างผลตอบแทนได้ด้วยตัวเองและยังคงสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง — การลงทุนต่อเนื่องเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดประโยชน์ แต่รับประกันแค่ “ต้นทุน”
การวิเคราะห์ข้อมูล
-
ขั้นตอนที่ I C1 :การแสดงผลข้อมูล
(การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูล) -
ขั้นตอนที่ II C2 :การวิเคราะห์ข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้
(ประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์) -
ขั้นตอนที่ III B3 :ปรับใช้ตลอดไลน์การผลิต
เริ่มจากการเก็บข้อมูลในบางส่วนของกระบวนการผลิต เราได้ส่งเสริมการวิเคราะห์และการใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ จากนั้นจึงสามารถขยายการใช้งานนี้จากกระบวนการเฉพาะส่วนไปสู่ทั้งไลน์การผลิตได้
เสียงจากลูกค้า
มุ่งสู่การขยายสู่โรงงานอัจฉริยะทั่วทั้งองค์กร
สมาชิกทีมที่ทำให้โรงงาน Urawa ของ Lotte ฉลาดขึ้น จากซ้าย: คุณ Akimoto, คุณ Sugimoto และคุณ Bian จากโรงงาน Urawa ของ Lotte และคุณ Tsuyoshi Matsunaga จาก Narasaki Sangyo ผู้สนับสนุนการนำระบบเข้ามาใช้งาน
เป้าหมายของโรงงานอุราวะของ Lotte คือ “โรงงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ” ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้โซลูชันที่รองรับการ “มองเห็นข้อมูล” และขยายขอบเขตของการเก็บข้อมูลให้กว้างขึ้น เราวางแผนลดภาระงานผ่านการมองเห็นข้อมูล ผลักดันการแชร์ข้อมูล และมุ่งเร่งการปรับปรุงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ระบบการวิเคราะห์ที่นำมาใช้ในโซลูชันนี้จะถูกขยายไปยังอีกสองโรงงานในภูมิภาค Kyushu และ Shiga ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิต Yukimi Daifuku เช่นกัน
คุณ Sugimoto กล่าวถึงความคาดหวังในอนาคตสำหรับการเดินงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบว่า “ในอนาคตเราต้องการให้โรงงานสามารถดำเนินงานได้โดยอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ เราต้องการสร้างกลไกที่สามารถตอบสนองได้เองก่อนที่การผลิตจะหยุดชะงักหรือคุณภาพจะลดลง”